สาวลูกแฝดตายทั้งกลม! ผลตรวจชี้ท้องนอกมดลูก สามีคาใจรพ.ไม่บอกตั้งแต่แรก!!!

Loading...


จากกรณีน.ส.ศุภนุช สัปปัชชา อายุ 24 ปี เสียชีวิตพร้อมลูกแฝดในท้อง ขณะที่เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางนา ท่ามกลางความเสียใจของสามีและครอบครัว ซึ่งยังคาใจเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต อ่านข่าว : สาวตายพร้อมลูกแฝดในท้อง! หนุ่มคาใจร.พ.ไม่ตอบ เมียตั้งครรภ์ในหรือนอกมดลูก(คลิป)

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มี.ค. ที่นิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ นายเกรียงไกร ทรัพย์ศรีอยู่คง อายุ 29 ปี สามี พร้อมครอบครัวของน.ส.ศุภนุช ได้เดินทางมารับผลตรวจพิสูจน์ พร้อมชิ้นส่วน 4 ชิ้น ประกอบด้วย ตัวอ่อนแฝด มดลูก และรังไข่ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนา อ่านข่าว : หนุ่มเสียเมียพร้อมลูกแฝด เปิดใจ แฉ รพ.สรุปเหตุตาย ปอดอักเสบ ข้องใจวิธีการรักษา รพ.ดัง!

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุภรรยาของตนไม่มีโรคประจำตัว สุขภาพแข็งแรง และเป็นท้องแรก โดยอายุครรภ์ ประมาณ 8 สัปดาห์ กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาเกิดปวดท้อง มีเลือดไหลออกจากช่องคลอด จึงเข้ารับการรักษา ที่โรงพยาบาลย่านบางนา และเสียชีวิตทั้งแม่และเด็ก เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ตนและครอบครัวจึงหาข้อมูลและปรึกษาผู้ที่มีความรู้ที่อื่นด้วยความสงสัย เพราะมีการอัลตร้าซาวด์ 4 ครั้ง ถึงทราบว่าเด็กในครรภ์เป็นแฝด

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ซึ่งทางโรงพยาบาลไม่ได้แจ้งว่า ภรรยาของตนมีการตั้งครรภ์ในมดลูกหรือนอกมดลูก หากท้องนอกมดลูก ถ้านำเด็กออกแม่ก็จะปลอดภัยไม่น่าร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต จากนั้น จึงนำชิ้นส่วนทั้งหมดส่งมาตรวจพิสูจน์ ที่นิติเวช รพ.จุฬาฯ โดยผลวินิจฉัยเบื้องต้นระบุว่า ปอดอักเสบ จากภาวะอวัยวะไม่ทำงาน เสียเลือดมากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก ส่วนผลอย่างเป็นทางการจะออกหลังจากนี้อีกประมาณ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะเอาผิดกับโรงพยาบาลหรือไม่นั้น คงจะต้องปรึกษากับทางญาติอีกครั้ง

“โรงพยาบาลต้องรู้อยู่แล้วว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งการท้องนอกมดลูกเป็นสาเหตุที่ทำให้ภรรยาเสียชีวิต หลังจากเกิดเหตุการดังกล่าวขึ้น ทางโรงพยาบาลยังไม่ติดต่อกลับมา ซึ่งตนทราบว่าทางโรงพยาบาลได้ออกแถลงการณ์ พร้อมกับแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะขึ้นมาทันทีเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งก็แค่เป็นการแสดงความเสียใจเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ส่งตัวแทนมาร่วมงานศพแต่อย่างใด และยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบอะไร” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ทางโรงพยาบาลออกมาพูดอะไรบ้าง ไม่ใช่มีแค่คำว่าขอโทษ ซึ่งระหว่างที่รักษากับทางโรงพยาบาลนั้นก็ถือว่าดูแลเป็นอย่างดี แต่ทางโรงพยาบาลแค่โกหก เพราะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับโกหกตนมา 3 วัน ซึ่งตนอยู่โรงพยาบาลกว่า 50 ชั่วโมง ที่ตนได้คือคำโกหกอย่างเดียว ซึ่งอาการที่พบว่ามีอาการปวดท้องและตกเลือดภายใน แต่โรงพยาบาลตรวจเพียงเบาหวานและความดัน ซึ่งมันเกี่ยวกันอย่างไร ทั้งนี้ ปกติตนใช้สิทธิ์ฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง ค่ารักษาอยู่ที่ 650,000 บาท ซึ่งเป็นการใช้สิทธิ์บัตรทอง อย่างไรก็ตาม ได้มีการคุยกับทีมทนายแล้วแต่ทางครอบครัวยังเสียใจอยู่และอยากให้จบงานศพก่อนคุยเรื่องคดีความต่อไป

สำหรับศพภรรยาจะตั้งบำเพ็ญกุศล ที่ศาลา 2 วัดสำโรงเหนือ กำหนดเผา วันที่ 12 มี.ค. เวลา 16.00 น. แต่เมื่อผลยังไม่ออกมาชัดเจน หลังจากนี้จะไปปรึกษากับครอบครัวอีกครั้งว่าจะดำเนินการอะไรต่อไป

ขอบคุณภาพจากเดลินิวส์

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.