ประกาศกร้าว !! “ไทด์ เอกพันธ์” ยืนยันตัดขาดไม่ช่วยเหลือ “กิตติ ดัสกร” แล้ว เผยสาเหตุที่แท้จริง ทำเอาเงิบกันทั้งประเทศ !!

Loading...


สืบเนื่องจากกรณีเคยเป็นข่าวในช่วงต้นเดือน พฤษจิกายน 2560 ที่ผ่านมา สำหรับกรณีของ นายกิตติ กลิ่นเกลี้ยง หรือ ปื๊ด “กิตติ ดัสกร” อายุ 67 ปี น้องชายของนักแสดงดาวร้ายชื่อดัง “ดามพ์ ดัสกร” ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ โรคเบาหวาน และความดัน ถูกทอดทิ้งให้อยู่ภายในบ้านหลังหนึ่ง ณ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โดยบ้านมีความสกปรกมีแต่ของเก่า และกองอาหารเน่าเหม็นอยู่ทั่วบ้าน ทั้งชั้น 1 และชั้น 2 โดยไร้ น.ส.ศศิประภา รุ่งมงคล หรือ “คิตตี้” อายุ 27 ปี ผู้เป็นภรรยาของเขา



จนกระทั่ง ไทด์ หรือ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงชื่อดัง หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รู้ข่าวยื่นมือเข้ามาช่วย โดยนำทีมงานมาทำความสะอาดบ้าน และพานายกิตติไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี จนอาการดีวันดีคืน และได้สร้างทีม 2 คนขึ้นมาดูแลเรื่องเงินบริจาคช่วยเหลือจากประชาชนด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะมีการนำเงินไปใช้ไม่ถูกต้อง ดังกรณีเงิน 8 หมื่น ที่ “คิตตี้” ซึ่งเป็นภรรยาของ โพสต์ในโลกโซเชียลว่าเป็นหลาน ไม่ค่อยมีรายได้ ขอความช่วยเหลือเรื่องความเป็นอยู่ของนายกิตติ และเงินได้หายจากบัญชีของนายกิตติ โดยคิตตี้รับเป็นคนเบิกนำไปใช้หนี้ และโอนคืนให้คนที่กล่าวหาว่าหลอกลวง จากนั้นพี่สาวได้พากลับไปรักษาตัวที่บ้านใน กทม. เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2560 ที่ผ่านมา พร้อมเงินที่ประชาชนได้บริจาคช่วยเหลือจำนวน 270,000 บาท โดยไร้เงาของ “คิตตี้” เนื่องจากนายกิตติเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “รักไม่มีแล้ว ไม่เอาแล้วจริงๆ เชิญให้กลับไปอยู่กับแม่เขาที่หัวหินแล้ว ลูกๆ ก็ไปด้วย”



เวลาผ่านมา 4 เดือน ยอดเงินบริจาคช่วยเหลือถูกนำไปใช้ตามเจตนารมณ์หรือไม่ และนำไปใช้ในเรื่องใดบ้าง กับอาการป่วยของนายกิตติสามารถกลับมาเดินได้หรือยัง ล่าสุดมีรายงานรายละเอียดทั้งหมด พร้อมมูลเหตุชนวนให้ ไทด์ เอกพันธ์ ประกาศยุติให้ความช่วยเหลือกับนายกิตติ พร้อมปิดบัญชีรับบริจาค ซึ่งเมื่อวานนี้ (12 มี.ค. 2561) มีการเผยข้อมูลจาก นายอภินันท์ รัตนะวิศ ประธานหมู่บ้านปิยะวรารมย์ 3 หนึ่งในคณะกรรมการดูแลเงินบริจาคของนายกิตติ เผยว่า นายกิตติกลับไปอยู่กับ “คิตตี้” แล้วสักระยะหนึ่ง เช่าห้องพักแถวๆ อำเภอไทรน้อย และขอเงินบริจาคก้อนสุดท้ายทั้งสิ้นจำนวน 209,514 บาท เพื่อนำไปซื้อบ้านเอื้ออาทร นำไปลงทุนกับแม่ยายตน และนายอมต อินทานนท์ ที่มีชื่อเปิดบัญชีร่วมกับนายกิตติ จึงได้ทำการปิดบัญชีธนาคาร และส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้กับนายกิตติแล้ว เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2561



โดย นายอภินันท์ ได้แสดงความห่วงใยว่า… “อาการป่วยพี่ปื๊ดยังเดินไม่ได้ ตอนพี่ปื๊ดพักรักษาตัวกับพี่สาว ผมก็ไปเยี่ยมหาบ้างแต่ไม่บ่อยส่วนมากจะโทรคุยกับพี่สาวของพี่ปื๊ด ก็มีจ้างหลานมาดูแล จ้างน้องสาวมาทำกับข้าว ผมก็คอยดูห่างๆ กังวลว่าเงินก้อนนี้อาจจะใช้ไม่ถึงสิ้นปี” ส่วนด้าน ไทด์ บรรลือฤทธิ์ ก็มีความเป็นห่วงนายกิตติเช่นกัน โดยเผยความรู้สึกว่า หลังจากรู้ว่านายกิตติต้องการไปอยู่กับคิตตี้ รู้สึกกังวลว่าอาจจะถูกดูแลได้ไม่ดี เหมือนสภาพร่างกายในวันแรกที่ตนเข้าไปช่วยเหลือ แต่เมื่อนายกิตติย้ำเจตนารมณ์เดิม ตนก็เคารพในการตัดสินใจ และขอยุติไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้นอีกต่อไป



ไทด์ บรรลือฤทธิ์ เผยว่า… “เรื่องของพี่ปื๊ด ผมเคยบอกแล้วว่า ถ้าเกิดภรรยาเข้ามายุ่งเรื่องการเงิน หรือเรื่องอะไรก็แล้วแต่ พวกเราก็จะไม่ขอยุ่งอีกต่อไป ผมอุตส่าห์ช่วยดูแลจัดการจนพี่สาวมาดูแลจากเงินก้อนหนึ่งที่ประชาชนรักและสงสารโอนมาให้แล้ว ภรรยาพี่ปื๊ดอาจอยู่ไม่ได้ หรือไม่มีเงินใช้ ก็พยายามดิ้นรนขอเอาพี่ปื๊ดไปอยู่ด้วยที่หัวหิน พี่ปื๊ดโทรมาบอกว่าจะไปอยู่กับแฟน บอกอยากเห็นหน้าลูก อยากใกล้ชิดลูก ผมก็ถามย้ำว่าพี่ปื้ดตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม พี่ปื๊ดบอกตัดสินใจแล้ว ก็ไม่เป็นไรหรอก แล้วแต่พี่ปื๊ดตัดสินใจ”



ทั้งนี้ ไทด์ บรรลือฤทธิ์ ยังได้เผยชนวนเหตุที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ให้นายกิตติคิดเอาเรื่องกับคนที่ช่วยดูแลบัญชีธนาคารของนายกิตติ พร้อมประกาศกร้าว ไม่ขอให้ความช่วยเหลือใดๆ กับนายกิตติอีกต่อไป โดยนายกิตติโทรมาว่าจะเอาเรื่องกับคณะกรรมการที่ร่วมเปิดสมุดบัญชีธนาคารกับนายกิตติ อ้างว่าก้าวก่ายเกินไป และไม่ให้เอาบัญชีธนาคารมาบริหารเอง วอนอย่ามายุ่งมาก



“เราเลยคืนเงินส่วนที่เหลือให้ทั้งหมด ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยแล้ว เพราะเคยบอกกันไว้ว่าถ้าภรรยามายุ่งเกี่ยวอีก ทุกคนจะถอยห่าง อนาคตข้างหน้าก็จะไม่ไปดู เพราะพี่ปื๊ดตัดสินใจเอง ขอยุติ ไม่ช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น ตัวใครตัวมันแล้ว ส่วนเงินบริจาคหลังจากนี้ แล้วแต่ประชาชนวิจารณญาณเอง พี่ปื๊ดไม่อยู่ในความดูแลของพวกเราแล้ว ไปอยู่กับครอบครัวเขาแล้ว แฟนเขาดูแลอยู่ เราก็ไม่น่าจะให้ความสนับสนุน หรือให้เงินอีกแล้ว เพราะภรรยาพี่ปื๊ดก็มีฐานะ ถ้าประชาชนยังให้อยู่ตลอดเวลาก็เหมือนคนอนาถาที่ต้องมีเงินบำรุงอยู่ตลอดทุกเดือนๆ มันไม่ใช่ แล้วพี่ปื๊ดอาจจะไม่ได้ใช้เงิน คนอื่นที่ไม่ใช่พี่ปื๊ดอาจเอาไปใช้ก็ได้ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่สงสารพี่ปื๊ดที่เห็นสภาพแกครั้งแรก และช่วยเหลือกันไม่ว่าจะเป็นทางด้านจิตใจ ทุนทรัพย์ ปัจจัยต่างๆ ที่พยุง โอบอุ้ม พี่ปื๊ดจนมาถึงทุกวันนี้ก็น่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น กลับไปอยู่กับครอบครัว พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก” ไทด์ บรรลือฤทธิ์ กล่าว



ทั้งนี้ สอบถามไปยังพี่สาวซึ่งดูแลนายกิตติ ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ตนนั้นได้ดูแลนายกิตติเป็นอย่างดีจนอาการดีกว่าเดิม สำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนนั้น มีค่าจ้างคนมาทำอาหารให้กิน วันละ 300 บาท 3 มื้อ ค่าคนมาช่วยดูแล อาบน้ำ ซักผ้า วันละ 400 บาท ค่านวดและประคบชั่วโมงละ 300 บาท อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ส่วนเงินบริจาคตนเป็นคนดูแลโดยเปิดบัญชีธนาคารเป็นชื่อตนกับนายกิตติ ยอดที่เหลือล่าสุด 3 แสนกว่าบาท ส่วนคิตตี้ก็มาหานายกิตติไม่บ่อยมาก

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.