ตำรวจช็อค!! เจอกลุ่มโจรที่มีวิชา ”เสือหัวขาด” ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ที่แท้คือวิชาของพระท่านนี้!??

Loading...


กลุ่มโจรกลุ่มหนึ่งที่มีวิชา ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งมีด ทั้งปืนผาหน้าไม้ต่างๆก็ไม่ระคายผิว จนกระทั้งเมื่อตำรวจจับได้ต้องประหารหรือฆ่าโดย จับถ่างขาแล้วเอาไม่แหลมสวนทวารจึงตาย พอตำรวจจับโจรกลุ่มนี้ได้นั้นก็เปิดเสื่อดูที่หน้าอก ปรากฎว่าพบลายสักของโจรกลุ่มนี้เหมือนกันหมดก็คือ ลายสักเสือหัวขาด ตำรวจจึงตามหาอาจารย์ที่สักลายเสือหัวขาดนี้เพื่อขอให้เลิกสักให้ลูกศิษย์ ปรากกฎว่าผู้ที่สักลายสักเสือคอขาดนี้เป็นหลวงปู่เจ้าอาวาสที่วัดเขานางนม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตำรวจจึงขอให้ท่านเลิกสัก จนมีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อไฉนท่านได้เดินทางไปที่ จ.ชลบุรี มีชาวบ้านได้เล่าถึงเรื่องราวของลายสักของหลวงปู่ท่านนี้ให้หลวงพ่อฟัง



หลวงพ่อท่านจึงเดินทางไปกราบท่านและขอเรียนวิชากับท่านที่วัดเขานางนม พอไปถึงพระลูกวัดก็บอกท่านว่าหลวงปู่ท่านอยู่ข้างบนศาลา ซึงเป็นที่หน้าแปลกใจคือพอหลวงพ่อท่านขึ้นไปกราบก็ไม่พบหลวงปู่ ท่านจึงลงมาถามพระลูกวัดอีกครั้งพระลูกวัดก็บอกว่าหลวงปู่นั่งอยู่ที่เดิมนั้นแหละ ท่านจึงกลับขึ้นไปอีกครั้งปรากฎว่าหลวงปู่ท่านนั่งยิ้มให้หลวงพ่อ ท่านนั่งกำบังตัวอยู่ตั้งแต่ตอนแรก หลวงพ่อท่านจึงเข้าไปกราบและขอเรียนวิชานี้ ที่แรกนั้นหลวงปู่ท่านจะไม่สอนให้เพราะเห็นว่าลูกศิษย์ที่สักไปเป็นเสือเป็นโจรกันหมด ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมของหลวงพ่อไฉนนั้นท่านจึงได้คิดที่จะตั้งเป็นหลักที่ปักไว้ที่ธรณีล่ามโซ่เสือหัวขาดไว้ซึ่งหมายถึง ไม่ทำใครก่อนแต่ใครอย่ามาทำเราก่อน หลวงปู่ท่านจึงสอนให้ เพราะต้นฉบับนั้นเสือหัวขาดจะไม่มีหลักมาปักแล้วล่ามโซ่ไว้ และลายสักเสือหัวขาดนี้เป็นลายแรกที่หลวงพ่อท่านเปิดสักในอำเภอปากช่อง และมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะมาก



หลวงพ่อท่านจึงเดินทางไปกราบท่านและขอเรียนวิชากับท่านที่วัดเขานางนม พอไปถึงพระลูกวัดก็บอกท่านว่าหลวงปู่ท่านอยู่ข้างบนศาลา ซึงเป็นที่หน้าแปลกใจคือพอหลวงพ่อท่านขึ้นไปกราบก็ไม่พบหลวงปู่ ท่านจึงลงมาถามพระลูกวัดอีกครั้งพระลูกวัดก็บอกว่าหลวงปู่นั่งอยู่ที่เดิมนั้นแหละ ท่านจึงกลับขึ้นไปอีกครั้งปรากฎว่าหลวงปู่ท่านนั่งยิ้มให้หลวงพ่อ ท่านนั่งกำบังตัวอยู่ตั้งแต่ตอนแรก หลวงพ่อท่านจึงเข้าไปกราบและขอเรียนวิชานี้ ที่แรกนั้นหลวงปู่ท่านจะไม่สอนให้เพราะเห็นว่าลูกศิษย์ที่สักไปเป็นเสือเป็นโจรกันหมด ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมของหลวงพ่อไฉนนั้นท่านจึงได้คิดที่จะตั้งเป็นหลักที่ปักไว้ที่ธรณีล่ามโซ่เสือหัวขาดไว้ซึ่งหมายถึง ไม่ทำใครก่อนแต่ใครอย่ามาทำเราก่อน หลวงปู่ท่านจึงสอนให้ เพราะต้นฉบับนั้นเสือหัวขาดจะไม่มีหลักมาปักแล้วล่ามโซ่ไว้ และลายสักเสือหัวขาดนี้เป็นลายแรกที่หลวงพ่อท่านเปิดสักในอำเภอปากช่อง และมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะมาก



และเมื่อกลับมาถึงวัดหนามแดง ท่านก็ได้พบเจอกับอาจารย์มานิต อาจารย์มานิตเป็นศิษย์ของอาจารย์ย่ามแดง เป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท และพระอีก 3 รูป จึงได้เรียนวิชาของหลวงปู่ศุขกับอาจารย์มานิต พระที่เรียนกับอาจารย์มานิต มีหลวงพี่จาบหลวงพี่ทิพ หลวงพี่เม และท่าน ต่างคนต่างได้วิชาคนละแบบกัน และแล้วท่านต้องสึกจากการบวชเป็นพระเพราะไม่มีใครดูแลแม่ เมือปี 31เมื่อถึงปี 33 ท่านก็ได้บวชอีกครั้ง เพราะท่านไม่ชอบชีวิตของการครอง ฆราวาส ชีวิตของท่านจึงหวนคืนสู่เพศบรรพชิตอีกครั้ง และครั้งนี้ทำให้ท่านมุ่งมั่นในการปฎิบัติมากขึ้น



ในเรื่องของการรื้อภพรื้อชาติ ปลดวิบากกรรมของญาติโยม และเพียรในการฝึกฝนวิชาของหลวงปู่ศุขมากขึ้นจนแตกฉานและเพียรในหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านได้เดินทางจากนครสวรรค์ มาที่จังหวัดนครราชสีมาและได้มาอยู่ที่ วัดมิตรภพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ได้ 4 ปี เจ้าคณะอำเภอได้ส่งให้ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสที่ วัดซับสวอง ต.ขนงพระ



เมื่อปี 40 ท่านได้เปิดการสักยันต์ในสายของ หลวงปู่ศุข จนมีลูกศิษย์มากมายและเป็นที่รู้จักของคนใน อำเภอปากช่องและจังหวัดอื่นๆมากมาย ท่านเป็นเจ้าอาวาสได้ 10 ปี ท่านก็ได้ลาออกและเดินทางไปอยู่วัดดอยน้อย อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ แต่ก็อยู่ได้แค่ครึ่งปี ท่านก็ต้องได้กลับมาอยู่ปากช่องอีกครั้ง เพราะลูกศิษย์ขอให้กลับมา จึงกลับมาอยู่ที่วัดหนองแก ต.วังไทร อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา



และในประมาณปลายปี2553 ชาวบ้านกระพี้ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ได้ขอบารมีนิมนต์หลวงพ่อไฉนท่านให้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าโพธิ์นิมิตร ชื่อวัดเก่า จนถึงวันนี้จากวัดป่าที่มีเพียงศาลาเก่าๆหนึ่งหลังและกุฏิไม้เก่าๆได้กลายมาเป็นนวัดที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง เพียบพร้อมด้วยศาสนะสถานต่างๆที่ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบันนี้





(ชมคลิป)



ที่มา : นักเลงโบราณ

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.