อย่าด่าหนูเลย!!! น้องแจน กู้ภัยสาวยันคร่อมลุงปั๊มหัวใจทำถูก หมอ ญาติคนตาย ไม่หยุด

Loading...



จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “Drama-addict” แชร์คลิปสาวรายหนึ่ง กระโดดขึ้นเตียงผู้ป่วยเพื่อช่วยปั๊มหัวใจ ก่อนนำผู้ป่วยขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล โดยชายรายนี้เป็นผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ชุมชนถนนจันทน์ เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (23 ก.พ.) น.ส.พีรยา แซ่น้า หรือ “น้องแจน” อายุ 20 ปีนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เป็นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูมาแล้ว 3 ปี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายอาสากู้ชีพ เพราะว่าไม่ได้เข้าเวร แต่เพื่อนน้องชายได้โทรศัพท์มาบอกตนว่า ในชุมชนถนนจันทน์เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตนจึงได้ลงพื้นที่ไปดู เพื่อจะเข้าช่วยเหลือ

เมื่อเดินทางมาถึงพบว่าคุณลุง นอนอยู่ข้างถนน โดยมีเจ้าหน้าที่กำลัง CPR อยู่ ตนจึงอาสาเข้าไปช่วยบอกว่า สามารถเปลี่ยนคนทำได้ ถ้าหากหมดแรง ขณะนั้นมีคนที่สามารถทำ CPR ได้ประมาณ 4 คน

ระหว่างนั้นมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาตรวจสัญญาณชีพ พร้อมบอกว่า ผู้ป่วยไม่มีสัญญาณชีพแล้ว ตอนนั้นตนจึงเห็นว่า ควรพาตัวส่งโรงพยาบาล จึงยกผู้ป่วยขึ้นเตียง และเข็นไปที่รถกู้ชีพ เนื่องจากซอยแคบ รถกู้ชีพไม่สามารถเข้าได้ ขณะนั้น ตนจึงตัดสินใจขึ้นคร่อมร่างผู้เสียชีวิตตามภาพที่ปรากฏในคลิป

น.ส.พีรยา มองว่า ระยะทางที่ต้องเข็นรถผู้ป่วยไป ยาวประมาณ 300 เมตร และการทำ CPR ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ยอมรับว่า ปกติการทำ CPR จะทำจากด้านข้างของผู้ป่วย แต่ด้วยเส้นทางไม่สามารถทำ CPR ได้สะดวก จึงตัดสินใจทำเช่นนั้น ตอนนั้นตนไม่ได้คิดว่า ท่าทางจะไม่เหมาะสม หรือจะถูกคนมองอย่างไร เพราะต้องการแค่ช่วยชีวิตคนก่อน คิดเพียงอยากให้ชีพจรกลับมา โดยคิดว่าขอให้ลุงสู้กับตน ตนสู้ที่จะช่วยชีวิตลุงเต็มที่แล้ว

ภายหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนมองว่าตนทำถูกหรือไม่ โดยตนขอยืนยันว่า ทำถูกต้อง เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้น และตนขึ้นคร่อมบนเตียง ด้วยความที่ตนตัวเล็กจึงสามารถขึ้นคร่อมได้ทันที

ทั้งนี้ตนผ่านการอบรม และเคยสอบถามผู้เชี่ยวชาญแล้วว่า สามารถทำเช่นนี้ได้ เพียงต้องทำให้ถูกจุด และต่อเนื่อง ส่วนจะ CPR ด้านไหน มุมไหน ต้องดูสถานที่ด้วย โดยส่วนตัวพอทราบว่า ผู้ป่วยเสียชีวิต ก็รู้สึกเสียใจ ที่ตนพยายามสุดแล้ว แต่ยืนยันเวลานั้น ตนห่วงอย่างเดียวคือต้องช่วยคนป่วย

ระหว่างที่ทีมข่าวลงพื้นที่ ชาวบ้านได้ออกมาให้กำลังใจ น.ส.พีรยา เป็นจำนวนมาก นายโยธิน หล่อทอง ชาวบ้านในชุมชนที่ถูกไฟไหม้ เปิดเผยว่า ที่มายืนดู เพราะอยากบอกน้องพีรยา ว่าทำดีที่สุดแล้ว ขอให้ทำต่อไป แล้วใครจะมองว่าไม่เหมาะสมนั้น ให้มองเพียงว่า ทุกคนหวังแค่ช่วยชีวิตคนก่อน

หลังจากนั้น ทีมข่าวได้เดินทางไปพบครอบครัวของ นายอรัญ อินทร์ภิรมย์ ผู้เสียชีวิต อายุ 60 ปี ขณะนี้ตั้งศพสวดพระอภิธรรมอยู่ที่วัดราชสิงขร ซึ่งได้พบกับ นางรัศมี ธันญาเวชกิจ พี่สาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ตลอด เปิดเผยว่า ตอนแรกที่ตนเห็น น.ส.พีรยา พยายามช่วยน้องชายตน ด้วยการเอามือจับที่ชีพจรหลังหู และเอานิ้ววัดลมหายใจของผู้ตาย ก่อนที่จะทำการ CPR ตอนนั้นตนคิดว่า น้องพยายามช่วยเต็มที่แล้ว และน้องก็ทำการช่วยเหลือด้วยท่าที่ถูกวิธี ที่สำคัญตนเห็นน้องตัวเล็ก แล้วขึ้นคร่อมร่างน้องชายตนเพื่อพยายามช่วยชีวิต และทำอย่างเต็มที่ ขนาดขึ้นไปบนรถกู้ชีพก็ยังเห็น น.ส.พีรยา ยังคงช่วยชีวิตน้องชายตนอยู่ตลอด

นางรัศมี บอกว่า ทางครอบครัวไม่ได้ติดใจอะไร รู้เพียงว่า น.ส.พีรยา ทำเต็มที่แล้ว ตอนวันเกิดเหตุตนยังยกมือไหว้ ขอบคุณ น.ส.พีรยา อยากจะขอบคุณจริงๆ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง พร้อมยกมือไหว้ขอให้ชาวโซเชียล อย่าไปว่า น.ส.พีรยา เพราะหากคนที่วิจารณ์เป็นญาติของคนตาย จะรู้เลยว่าน้องกู้ภัยช่วยเต็มที่แล้ว

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตแพทย์สรุปออกมาว่า หัวใจล้มเหลว คาดว่าเป็นเพราะเหนื่อย จากการขนของหนีไฟไหม้ ทำให้เกิดหัวใจวาย ประกอบกับผู้ตายมีโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัวอีกด้วย

ขณะเดียวกัน นายแพทย์วิทวัส ศิริประชัย หรือ แอดมินเพจ Drama-addict เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าว สิ่งที่ น.ส.พีรยา ทำนั้นถูกต้องแล้ว แต่กรณีที่ต้องปั๊มหัวใจคนไข้ ตามหลักแล้วจะต้องทำการปั๊มทางด้านข้าง

สำหรับกรณีที่คนไข้นอนบนเตียง และนอนราบไปกับพื้น ส่วนการเคลื่อนย้ายคนไข้ หากไม่มีอุปกรณ์ อย่างที่ต่างประเทศที่ จะมีอุปกรณ์ปั๊มหัวใจ ติดบริเวณหน้าอกคนไข้

ดังนั้นกรณีดังกล่าว จึงต้องใช้คนขึ้นไปปั๊มหัวใจ แบบที่ น.ส.พีรยา ทำในคลิป เพราะการเคลื่อนย้ายคนไข้ ต้องทำการปั๊มหัวใจตลอด บางกรณีเข้าจากด้านข้างไม่ได้ ตามโรงพยาบาล ตามสถานที่ต่างๆ ก็ทำกัน ไม่เข้าใจว่าดราม่าตรงไหน

ขอบคุณภาพจากอัมรินท์ทีวี

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.