เจอมาเองกับตัว?!! “พี่ติ้กเจษ”แห่งเนวิเกเตอร์ “ทุ่งใหญ่นเรศวร” เคยเจอจัดหนักแบบเก็บของกลับแทบไม่ทัน?! ขนาดไปทำสารคดี วันนี้ไหงเป็นแบบนี้ได้?!!

Loading...



ปลัดทส.แฉมีโทรอ้างผู้ใหญ่กรมป่าไม้ลุย22รีสอร์ตรุกป่า

“ติ๊ก เจษฎาภรณ์” พิธีกรรายการเนวิเกเตอร์ ออกโรงชี้แจงกรณีถูกหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวแจ้งดำเนินคดี ฐานเข้าไปถ่ายรายการในพื้นที่หวงห้าม ระบุขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯแล้วพร้อมยืนยันมีเจตนาดีไม่ได้ประสงค์ร้ายต่อผืนป่า ขณะที่อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯเผย หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นคนแจ้งความเพราะกลัวถูกกล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ชี้คดีลหุโทษแค่ปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนรายการที่ถ่ายทำไปแล้วก็ผ่านการพิจารณาให้ออกอากาศได้ ด้านกรมป่าไม้เตรียมลุย 22 รีสอร์ตรุกป่าเขาภูหลวง ขอหมายศาลพร้อมประสานพ่อเมืองโคราชจัดการให้เสร็จก่อน 12 ส.ค. จากนั้นขยายผลตรวจสอบอีก 5 จังหวัดที่มีรีสอร์ตรุกป่า ส่วนอุทยานฯ ทับลานเตรียมบุกติดประกาศรื้อถอนรีสอร์ตอีกกว่า 10 แห่ง วันที่ 3 ส.ค.นี้



กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังคงเดินหน้าปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทำรีสอร์ตและบ้านพักหรูในอุทยานแห่งชาติทับลาน พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ขณะเดียวกัน น.ส.กาญจนา นิตยะ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว (ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ได้แจ้งความดำเนินคดีพระเอกหนุ่ม “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” พิธีกรรายการเนวิเกเตอร์ ทางช่อง 3 ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเข้าไปถ่ายทำรายการในพื้นที่หวงห้ามบริเวณภูคิ้ง เนื่องจากเป็นพื้นที่อ่อนไหวพิเศษ มีไม้พื้นล่างที่สำคัญและอุดมสมบูรณ์นั้น



ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 ก.ค. “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี” ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 ถึงกรณีที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีว่า ก่อนเข้าไป ถ่ายทำรายการ ได้ทำเรื่องขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับอนุญาตแล้ว โดยในสคริปต์มีน้ำตกตราดค้อ ทุ่งกะมัง และภูคิ้ง ตอนทำเรื่องขออนุญาตไม่มี ปัญหาอะไรเพราะที่ภูคิ้งไม่ได้เป็นสถานที่ต้องห้าม จากการหาข้อมูลในกูเกิ้ลหรือเว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว พบว่าภูคิ้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมานานแล้ว และใครๆก็ขึ้นไปได้ ส่วนกรณีที่บอกว่าเป็นพื้นที่เปราะบาง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า คือพื้นที่แถวๆบริเวณของสำนักงานรักษาพันธุ์สัตว์ป่า บริเวณนั้นจะมีสัตว์ป่าอยู่ ชุกชุมจำนวนมาก แต่ที่ภูคิ้งเป็นเพียงแค่พื้นที่บนภูเขา บริเวณตีนเขาเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน และชาวบ้านแถวนั้นยามว่างก็เดินขึ้นไปหาของป่า เก็บสมุนไพร เก็บหน่อไม้ต่างๆ



“ติ๊ก-เจษฎาภรณ์” กล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าจะเป็นในเว็บไซต์สนับสนุนการท่องเที่ยวของ จ.ชัยภูมิ ของ ททท. หรือว่าก็มีอีกหลายรายการที่เคยขึ้นไปถ่ายที่ภูคิ้ง บริเวณภูคิ้งเป็นภูเขาลาดชัน ข้างบนเป็นทุ่งหญ้าสูง แหล่งน้ำจืดไม่มี มีลมพัดแรงตลอดทั้งปี สัตว์ป่าก็มีแต่เป็นเพียงแค่เส้นทางเดินผ่านของสัตว์ป่า ตนไม่ได้ไปผ่านแหล่หินจ้อง ไม่ได้ผ่านหน่วยพิทักษ์ภูคิ้งแต่อย่างใด เพียงแค่ ต้องการที่จะพูดบทสรุปของเนวิเกเตอร์ในมุมสวยๆ เห็นผืนป่ากว้างๆ ที่จะทำให้ทุกคนได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งของธรรมชาติที่น้อยคนจะได้มีโอกาสเห็น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุจะได้เห็นว่าผืนป่าธรรมชาติของบ้านเราเป็นอย่างไร



ต่อข้อถามว่าจุดหวงห้ามที่เข้าใจ ไม่ใช่จุดที่ขึ้นไปใช่หรือไม่ “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์” ตอบว่า คิดว่าเป็นคนละที่กัน เนื่องจากพื้นที่ภูคิ้งบนภูเขากว้างใหญ่มาก จะขึ้นมุมไหนก็เรียกว่าเป็นภูคิ้งได้หมด เหมือนที่เขาใหญ่ เราอยู่ฝั่งบ้านทับใต้ก็เป็นเขาใหญ่ อยู่ที่ทางฝั่งปราจีนบุรี อยู่ที่เขาอีโต้ก็เป็นเขาใหญ่ หรืออยู่โบนันซ่า ก็เรียกว่า เขาใหญ่ เมื่อถามว่า มีเจ้าหน้าที่ห้ามชัดเจนไหมว่าจุดนั้นห้ามขึ้นไป ติ๊กตอบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ห้ามชัดเจน เป็นพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว แต่ก็เป็นเส้นทางเดินเท้าของชาวบ้านที่เขาใช้ประจำและนักท่องเที่ยวก็ขึ้นไปเป็นประจำ ขึ้นไปถ่ายรูป ยืนบนก้อนหิน และนอนกับเจ้าหน้าที่ก็มี พักบนนั้น อยู่บนนั้น กินบนนั้น



พิธีกรรายการเนวิเกเตอร์กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวอ้างว่าเป็นพื้นที่เปราะบางว่า ตนรู้สึกว่าไม่ได้เปราะบางอะไร เพราะอย่างที่บอก เป็นพื้นที่บนภูเขา ข้างล่างก็เป็นพื้นที่เกษตรกรรมล้อมรอบหมดเลย ร่องรอยสัตว์ก็แทบจะไม่มี มีเพียงแค่ต้นไม้ใบหญ้า พืชพรรณต่าง ๆ ยืนยันว่าเราขึ้นไปเก็บภาพธรรมดา ไม่ได้ไปล่าสัตว์ ไม่ได้ไปเผาป่า ไม่ได้ไปทำลายธรรมชาติ เพราะตนเป็นคนไม่ทำลายธรรมชาติอยู่แล้ว จากงานต่างๆที่เคยนำเสนอ ตนอยากให้คนไทยมีโอกาสเห็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ ส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตนก็พูดในบทสรุปท้ายว่า พื้นที่นี้ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งเรียนรู้ ถ้าจะเข้ามาต้องขออนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติฯก่อน ไม่มีการสนับสนุนการท่องเที่ยวแต่อย่างใด เพราะตนทำงานตรงนี้มา 7 ปีแล้วทราบดีในกฎระเบียบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหากับท่านใดเลย



เมื่อถามว่า มีปัญหากับหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือไม่ ติ๊กกล่าวว่า ไม่เคยคุยกับท่านเลย ทั้งที่ตนอยากจะคุย แต่ท่านปิดการสื่อสาร ปิดโทรศัพท์ ไม่รับโทรศัพท์ ส่วนน้องชายมีโอกาสคุยเพราะเขาประสานงานกันอยู่ตลอด หลังจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นวันหยุดชดเชยช่วงเข้าพรรษา หัวหน้าก็แจ้งมาให้ระงับออกอากาศ รู้สึกสะเทือนใจเพราะเป็นสิ่งที่ตั้งใจทำ มันคือประโยชน์ของคนไทยทุกๆคน เพราะว่าตนมีเจตนาดีต้องการสอนทุกคนให้รู้จักรักธรรมชาติ จึงนำรายการตอนนี้ไปให้ผู้ใหญ่ของกรมอุทยานฯได้ดูกัน มีผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและคณะกรรมการอีกหลายท่านก็เห็นชอบด้วยว่าเป็นมุมบวกของกรมอุทยานฯก็ผ่านแล้ว แต่ขอแก้ 2 จุดคือ จุดที่ตนหยิบต้นไม้ใบหญ้าขึ้นมา และให้มีตัววิ่งว่าภูคิ้งไม่มีนโยบายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ถ้าจะเข้ามาต้องขออนุญาตจากกรมอุทยานฯก่อน ตนก็ทำให้เรียบร้อย ส่งกลับไปให้ผู้ใหญ่ทุกท่านได้ดูและก็ผ่านแล้ว สามารถออกอากาศได้ ส่วนเรื่องคดีความต้องแล้วแต่ดุลพินิจของตำรวจจะพิจารณา อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่เราเข้าไปในพื้นที่ก็ยอมรับผิด แต่ไม่ได้มีเจตนาประสงค์ร้ายกับผืนป่า เพราะตนก็รักและหวงแหนผืนป่าเหมือนกัน



ส่วนนายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าเรื่องนี้กรมอุทยานฯไม่ได้ดำเนินคดีกับนายเจษฎาภรณ์ แต่เป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ฯที่เป็นห่วงเกรงจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงไปแจ้งความไว้ ส่วนรายการที่จะออกอากาศ ตนและคณะกรรมการได้ดูเทปรายการแล้วและอนุญาตให้ออกอากาศในวันที่ 12 ส.ค.นี้ได้ แต่ขอให้ตัดบางส่วนออกไป เช่น ที่นายเจษฎาภรณ์จับปูหรือต้นไม้เล็กๆขึ้นมา ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวเป็นทุ่งหญ้าตามธรรมชาติที่มีไม้พื้นล่าง พืช และสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่ง น.ส.กาญจนา นิตยะ หัวหน้าเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว มีความเป็นห่วง เพราะที่ผ่านมาเคยเปิดให้ประชาชนเข้าไปในพื้นที่ได้ แต่ปิดพื้นที่มา 5-6 ปีแล้ว เพื่อให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง อย่างไรก็ตาม สำหรับ คดีดังกล่าวไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นคดีลหุโทษ ธรรมดา มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แต่เมื่อเป็นคดีอาญาจึงยอมความไม่ได้ เข้าใจว่านายเจษฎาภรณ์ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี



ทั้งนี้ นายเจษฎาภรณ์มีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 37 ระบุว่า นอกจากพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องเข้าไปปฏิบัติการตามหน้าที่ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อีกทั้งผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง



ปัญหาที่เกิดขึ้น ข้าราชการใน กรมอุทยานฯมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะนายเจษฎาภรณ์ไม่ได้ทำหนังสือขอถ่ายทำรายการผ่านกรมอุทยานฯ แต่ได้ขอเข้าพื้นที่ผ่านนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ โดย น.ส.กาญจนา เป็นข้าราชการที่มีความเคร่งครัดในหลักการ จึงไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำรายการในพื้นที่หวงห้าม ซึ่งมีความเปราะบางด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ซึ่งโดยหลักการแล้วเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯมีกฎหมายดูแลที่เข้มงวดกว่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เรื่องการท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่อนุรักษ์และอนุญาตสำหรับการศึกษาวิจัยบางกรณีเท่านั้น

ด้านนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เผยความคืบหน้าการดำเนินการกับผู้บุกรุกป่าวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า คืบหน้าไปมาก โดยในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ติดประกาศบ้านพักและรีสอร์ตที่ผิดกฎหมายไปกว่าครึ่งของจำนวนที่ทำผิดกฎหมายคือ 102 แห่ง ส่วนการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง โซนซี 22 แห่งนั้น กรมป่าไม้ตรวจสอบเปรียบเทียบพื้นที่กับ ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าทั้ง 22 แห่ง มีการบุกรุกจริง ดังนั้นในสัปดาห์หน้าวันที่ 2-3 ส.ค. กรมป่าไม้จะไปขอหมายศาล และวันที่ 4 ส.ค. นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ และคณะทำงาน จะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับนายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา รวมทั้งฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก่อนนำหมายศาลเข้าไปตรวจค้นบ้านพักและรีสอร์ตที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนทั้ง 22 แห่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยกระบวนการทั้งหมดจะเสร็จก่อนวันที่ 12 ส.ค. จากนั้นจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ อาทิ กาญจนบุรี เพชรบูรณ์ กระบี่ เชียงใหม่ เชียงราย เป็นต้น เนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสและส่งเอกสารข้อมูลและภาพถ่ายมาให้เป็นจำนวนมาก



ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมามีคนรู้จักหลายคนมาแจ้งคล้ายนำข้อความจากฝ่ายที่มีอำนาจมาบอกว่า ให้ช่วยดูหรือช่วยยกเว้นบ้านพักหรือรีสอร์ตหลังนั้นหลังนี้ได้หรือไม่ ตนก็บอกกลับไปว่าคงไม่ได้ เพราะคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบจริงๆคือ อธิบดีกรมอุทยานฯ และอธิบดีกรมป่าไม้ ที่สำคัญการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่บุกรุกป่ามาไกลแล้ว ต้องยอมรับความจริงกันว่า คนที่เข้าไปจับจองพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานฯ ล้วนเป็นคนที่มีเงิน มีอำนาจทั้งสิ้น และจับจองพื้นที่หลวงแบบเย้ยฟ้าท้าดินคือ ไปยืนชี้เอาเลย ขณะที่บ้านพักในพื้นที่วังน้ำเขียวแต่ละหลังมูลค่าเป็นสิบๆล้านบาท ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลนำปัญหาที่ดินมาเป็นวาระชาติ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเป็นธรรมที่สุด

นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน เผยถึงความคืบหน้าการกวาดล้างรีสอร์ตรุกพื้นที่อุทยานฯว่า ในช่วงที่ผ่านมาดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดเพื่อดำเนินคดี คิดเป็นพื้นที่ 4,325 ไร่ ผู้กระทำผิด 111 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้กระทำผิดที่มีสิ่งปลูกสร้าง 53 ราย ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง 58 ราย ศาลตัดสินแล้ว 43 ราย โดยช่วงเดือน ก.ค.54 เจ้าหน้าที่อุทยานฯทับลานออกติดประกาศให้รื้อถอน 15 แห่ง และในวันที่ 3 ส.ค.นี้ จะไปติดประกาศแจ้งให้รื้อถอนอีกกว่า 10 แห่ง โดยพื้นที่ที่ยึดกลับคืนมา จะหาพันธุ์ไม้ต่างๆเข้าไปปลูกเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ขณะเดียวกันจะเร่งตรวจสอบทำเลที่ตั้งของผู้ประกอบการรีสอร์ตบ้านพักรายอื่นๆในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว และ อ.นาดี ว่า มีทั้งหมดกี่แห่ง อยู่ในเขตอุทยานฯ หรือเขตป่าสงวน และรายไหนเข้าข่ายกระทำความผิดจะจับกุมดำเนินคดีต่อไป



ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาใหญ่ว่า องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้นายทุน ผู้ประกอบการบุกรุกป่า เพราะ อบต.มีการออกใบภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ให้กับผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ของราชการ ทั้งพื้นที่อุทยานฯ พื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่ ส.ป.ก. ทำให้เป็นการจูงใจให้มีการซื้อขายที่ดินดังกล่าวกันอย่างแพร่หลาย เพียงแค่มีใบ ภ.บ.ท.5 ก็สามารถซื้อขายที่ดินกันได้แล้ว ทั้งที่ ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิที่ดินแต่อย่างใด

นายวีระ เรืองสุขศรี อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวถึงกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติฯประสานขอให้ปลดป้ายบอกทางรีสอร์ตที่บุกอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ว่า เรื่องนี้กรมตรวจสอบมาตลอดยอมรับว่า มีการติดป้ายบอกสถานที่จำนวนมากทุกจังหวัดทั่วประเทศไม่ถูกต้องตามกฎหมาย หากพบก็ต้องปลดลงและสั่งเจ้าหน้าที่ให้เข้มงวดกวดขันแล้ว อย่างไรก็ตาม อยากให้ใช้วิธีการประนีประนอม โดยให้เจ้าของป้ายพิจารณาปลดลงเองก่อน หรือทำความเข้าใจกันก่อน ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปใช้กำลังจะเกิดการกระทบ กระทั่งกันได้



ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ ปลัดอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และตำรวจ สภ.หนองสาหร่าย นำหมายศาลเข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขตอุทยานเขาภูหลวง ที่บ้านเปี่ยมสุข เลขที่ 51 หมู่ 22 ต.วังกะทะ อ.ปากช่อง มีพื้นที่กว้างใหญ่ครอบคลุมภูเขาหลายลูก พบนายตุ้มทอง เทียนช้าง อายุ 55 ปี ผู้ดูแลบ้านเผยว่า เจ้าของบ้านคือนายพิริยะ ว่องพยาบาล เศรษฐีเจ้าของกิจการหลายอย่าง ได้ซื้อที่ดินทั้งหมด 240 ไร่มาจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ที่ดินทั้งหมดแบ่งเป็นโซน บ้านพักหลังใหญ่ 4 หลังปลูกอยู่ใกล้กันบนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เศษ ใช้งบก่อสร้างกว่า 6 ล้านบาท นอกจากนั้นก็แบ่งปลูกมันสำปะหลัง 70 ไร่ พืชล้มลุก 7 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพืชสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ และสวนป่า

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ที่ออกโดย อบต.วังกะทะ มีจำนวนเนื้อที่ 50 ไร่ ส่วนอีกแปลงเนื้อที่ 46 ไร่ รวมแล้วเพียง 96 ไร่ ทั้งที่ความจริงครอบครองเนื้อที่ถึง 240 ไร่ ต่อมานายวีระ วรธงชัย นายช่างรังวัดชำนาญการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 จังหวัดนครราชสีมา นำเครื่องจีพีเอสตรวจสอบพิกัดพบว่า พื้นที่อยู่ตรงกลางของเขตป่าสงวนเขาภูหลวงซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์โซนซี พื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 เอ จึงรวบรวมรายละเอียดเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ครอบครองรายนี้ต่อไป


ขอบคุณข้อมูล: ไทยรัฐ

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.