อายุก็มาก!! ระบบเผาผลาญก็ไม่ดี! มาดูวิธีลดน้ำหนักแบบยั่งยืน

Loading...



สาวๆทุกคนก็ต้องอยากมีหุ่นที่ดีเวลาใส่เสื้อผ้าออกมาจะได้สวยสมกับที่ซื้อมาใช่มั้ยคะ แต่อาหารประเทศไทยก็อร่อยเหลือเกินแถมวิถีชีวิตก็ยากต่อการหาเวลาออกกำลังกาย พอได้ลองออกกำลังกายทานอาหารในปริมาณลดลงก็ยังไม่เป็นผล จริงๆแล้วสาเหตอาจมาจากระบบเผาผลาญก็เป็นได้ คุณสมาชิกหมายเลข 4013246 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ตั้งกระทู้แชร์ประสบการณ์แก้ระบบเผาผลาญพังภายใน 3 เดือน พร้อมกับเพิ่มกล้ามเนื้อภายใน 1 ปี โดยคุณสมาชิกหมายเลข 4013246 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม



สวัสดีค่ะ พบกับพลอยกันอีกครั้งนะคะ คราวที่แล้วพลอยยังไม่เปิดเผยตัวตนใน pantip นะคะ ครั้งนี้พลอยขอเปิดหน้าตาหน่อย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขโมยรูปของพลอยไปอ้างว่าใช้ผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วน ขอเน้นย้ำอีกครั้งนะคะ “พลอยไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนใด ๆ”

ทำไมระบบเผาผลาญถึงพัง ?

พลอยเคยเล่าให้ฟังแล้วว่า สมัยก่อนวิธีอยากผอมแบบรวดเร็วทันใจก็คือ “การกินยาลดความอ้วน” แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้น้ำหนักของพลอยเด้งขึ้นมาคูณ 2 ภายในเวลาอันรวดเร็วหลังจากกลับมากินเหมือนเดิม

รูปจุดเริ่มต้นที่คิดอยากลดความอ้วนโดยไม่ใช้ยาใด ๆ

แบบแขม่วพุง


หลังจากนั้น เริ่มจะคิดได้ว่าเราควรผอมด้วยตัวเอง และ “ผอมถาวร” ผ่านการลองผิดลองถูกมาเยอะ โดยไม่รู้เลยว่า วิธีเหล่านั้นมันเป็นการทำร้ายร่างกายไปในตัว


พลอยออกกำลังกายหนักขึ้น คาร์ดิโอและบอดี้เวทไปด้วย 6-7 วันต่ออาทิตย์ แล้วออกกำลังกายแต่ละครั้งกินเวลานานประมาณ 2-3 ชั่วโมง

ใช่อยู่…มันช่วยทำให้พลอยลดไขมันได้ไวขึ้น โดยไม่รู้ผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง

พลอยกินคลีนได้ 1 อาทิตย์แล้วเลิกทำเพราะฝืนกินต่อไม่ไหว แต่ก็พอรู้เรื่องอาหารบ้างว่าควรกินอะไร พลอยเลยกินลีนแทน ก็คือ ไม่มัน ไม่ทอด ไม่กินของหวานเลย รวมทั้งน้ำหวาน แล้วที่สำคัญพลอยกินแค่ 3 มื้อ ทั้งวันกินไม่เกิน 1,200 kcal

พลอยเคยอยู่เมืองนอก ต้องทำงานหนัก พลอยก็กินแค่ 3 มื้อ แถมยังนับแคลเหมือนเดิม เลิกงาน เข้างานเที่ยง เลิกงาน เที่ยงคืน ทำงานเหนื่อยมากจนโทรมลง เดินไปทำงานวันละครึ่งชั่วโมง

แรก ๆ มันก็ช่วยลดน้ำหนักดีหรอก 2-3 เดือนเกือบ 10 กิโลฯ แต่หลังจากนั้นล่ะ ??? หารู้ไม่ว่ามันทำให้เป้าหมายการมี six pack เหินห่างออกไป

จาก 60 เหลือ 52 ลดแบบอดอาหาร ออกกำลังกายหนัก



พลอยลดน้ำหนักได้รวดเร็ว แต่ก็คือรู้ตัวว่าตัวเองยังมีไขมันเยอะ แต่ทำไมเราออกกำลังกายเยอะขนาดนี้แล้ว กินก็ดีแล้ว ทำไมน้ำหนักมันไม่ยอมลด ไขมันก็ไม่ลด แถมงดแป้งมื้อเย็นก็แล้ว มันก็ยิ่งพังน่ะสิ จนในที่สุดก็ได้คำตอบว่า ระบบเผาผลาญเราอาจจะพัง

จะรู้ได้อย่างไรว่าระบบเผาผลาญเราพัง ?

พลอยได้ทำการทดสอบตัวเอง โดยการกินให้เกิดค่า BMR และ อยู่ในช่วง TDEE ผลปรากฏว่า ใน 1 อาทิตย์ น้ำหนักขึ้นมาเกือบ 1 กิโลฯ

จนในที่สุดก็ถึงเวลาแก้ระบบเผาผลาญพังสักที โดยมีรุ่นพี่ที่พลอยเคารพ สอนพลอยทุกอย่างในเวลา 4-5 เดือน

ว่าแต่มันแก้ยังไงล่ะ ? พลอยสรุปได้ดังนี้

1. กินให้ถึง

ไม่ต้องไปสนใจแคลอรีที่กินเข้าไปเลย กินอาหารที่มีประโยชน์แบบที่พลอยกินน่ะถูกแล้ว แต่ให้เพิ่มแป้งและโปรตีนเข้าไป แล้วเพิ่มมื้ออาหารออกเป็น 5 มื้อ

2. เวทให้ถึง

ต้องรู้จักฝืน กล้ามเนื้อถึงจะมีการพัฒนา เวทให้โดนกล้ามเนื้อทุกมัด อย่าเลือกทำแค่ท้อง เพราะการมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น จะทำให้เราเผาผลาญไขมันได้เร็วขึ้น เวทแต่ละครั้งก็ประมาณ 40 นาที

3. คาร์ดิโอโดยการเดินไวและเดินชันวันละ 1 ชั่วโมง

หรือถ้าจะวิ่งก็แค่ 30 นาทีกำลังดี แล้วถ้า HIIT อาทิตย์ละ 2-3 วันก็พอ อย่าทำทุกวัน โดยจะทำการคาร์ดิโอหลังจากทำการเล่นเวททันที (คิดถึงแต่ก่อนวิ่งวันละ 1 ชั่วโมงคือพังมาก) เพราะการออกกำลังกายหนักเกินไปอาจจะสลายกล้ามเนื้อได้ และการสูญเสียกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กินอาหารไม่ถึง, HIIT บ่อยและนานเกินไป และคาร์ดิโอแบบหนักเป็นเวลานาน

4. ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน

ให้ออกกำลังกายแค่อาทิตย์ละ 3-5 วันก็พอ อีก 2 วันให้มีการพักผ่อนเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ

5. มื้อก่อนออกกำลังกายสำคัญ

ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายเป็นเวลา 1.30-2 ชั่วโมง โดยเน้นกินแป้งซึ่งจะช่วยทำให้มีแรงเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (มื้อนี้แต่ก่อนนี่ไม่เคยมีเลย เออเอาแรงที่ไหนไปออกกำลังนั่น)

6. มื้อหลังออกกำลังกายก็ควรต้องกิน

หลังออกกำลังกายควรรีบกินอาหารเช่นกัน โดยเน้นคาร์บเชิงเดี่ยวและโปรตีนเป็นหลัก

7. ดื่มน้ำเยอะ ๆ วันละ 2 ลิตรขึ้นไป…และที่สำคัญ

8. พักผ่อนให้เพียงพอ

เคยจำได้ว่า ไปให้รุ่นพี่นี่แหละสอนให้ แล้ววันนั้นเพลียมาก เล่นได้ไม่เต็มที่ พี่ไล่กลับบ้านเลย ตึงงโป๊ะ…! พร้อมบอกว่าถ้ามาเล่นแล้วเป็นแบบนี้อย่ามาเลยดีกว่า เล่นไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร เออ…จริง !

เล่าต่อ

จากตอนแรกที่มาให้พี่สอน ไขมันอยู่ที่ประมาณ 22% เลิกสนใจตัวเลขบนตาชั่ง ดูตัวเองในกระจกแทน เดือนที่ 3-4 น้ำหนักค่อยลง ไปจนแตะเลข 47 ซึ่งตอนแรกหนัก 52 กิโลฯ

คือ 3 เดือนแรกน้ำหนักนิ่งมาตลอด แต่สิ่งที่ได้คือ หุ่นดีขึ้น ไขมันลดลง กางเกง เสื้อผ้าหลวมขึ้น ทุกอย่างเป็นที่หน้าพึงพอใจมากกับการแก้ไขปัญหาระบบเผาผลาญพัง



หลังจากนั้นก็ทำไปเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อมันก็เพิ่มขึ้นเองเรื่อย ๆ ไขมันก็ค่อย ๆ ลดลง

….คือดีอะ ต้องการมาลดไขมันแต่ได้กล้ามเนื้อไปด้วยภายในตัว…

และนี่ก็คือเดือนที่ 6-8 ไขมันลดลงมาเหลือประมาณ 12% วัดจากคาลิปเปอร์





จนกระทั่งตอนนี้ ครบ 1 ปีแล้ว เป้าหมายของพลอยนั้นก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อยากมีหน้าท้อง อยากลีนก็มีแล้ว แต่สิ่งที่ยังไม่พอใจก็คือก้น พลอยทำมา 1 ปี เต็ม มันขึ้นมาน้อยมาก เพราะมันคือจุดด้อยของพลอย แล้วตอนนี้พอก็จับจุดได้แล้วว่าควรทำยังไง ไว้พลอยจะมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันอีกนะคะว่าพลอยทำยังไง



สุดท้ายอยากบอกเพื่อน ๆ ว่า ใครรู้ตัวว่าลดความอ้วนมาแบบผิด ๆ ให้รีบแก้ไขมันซะ เพราะทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลา ไม่ใช่ 1-2 เดือนจะผอมเลย ไม่ใช่ 2-3 เดือนจะมีซิกแพคได้ ตราบใดที่ระบบยังพัง เป้าหมายก็จะยิ่งไกลออกไป

ขอให้ทุกคนสู้ ๆ ค่ะ เป็นกำลังใจให้



ใครมีคำถามอะไรก็เข้ามาในเพจของพลอยได้ค่ะ ถามได้ พลอยก็จะพยายามตอบทุกคนเหมือนเดิม

– เพจ ชีวิตติดเหล็ก ผอมชัวร์
– IG. ploypolokono

ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ


cr:lonely-rooyang

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.