#ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์ สิ้นพระชนม์แล้ว ประชาชนน้ำตาหลั่งริน

Loading...



ชาวลาวต่างประเทศเศร้าสลด เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่าง(พระโอรสองค์สุดท้ายในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา ) สิ้นพระชนม์





เจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างทรงเป็นพระโอรสองค์เล็กในสมเด็จพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนากับพระอัครมเหสีเจ้าหญิงคำผูย หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในประเทศลาวพระองค์ทรงลี้ภัยไปประทับยังกรุงปารีสโดยใช้ชีวิตแบบสามัญชน แต่พระองค์ก็ยังทรงได้รับความเคารพนับถือจากชาวลาวในต่างประเทศดังจะเห็นได้จากพิธีถวายพระราชบายศรีหลวงที่สมาคมฟ้างุ้มจัดขึ้นถวายทุกปี

นอกจากนี้พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานพระญาติวงศ์ราชวงศ์ล้านช้างร่มขาวเจ้าฟ้าชายโสริยะวงศ์สว่างสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๑ ณ กรุงปารีส พระชนมายุ ๘๑ พรรษาอย่างที่หลายๆท่านทราบกันดีว่า พระมหากษัตริย์หรือที่คนลาวเรียกกันว่า “พระเจ้ามหาชีวิต” องค์สุดท้ายของลาวนั้นคือพระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา และองค์ราชินีคู่พระบารมีคือ พระอัครมเหสีคำผูย ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรส-ธิดาร่วมกันทั้งสิ้น ๕ พระองค์ ได้แก่ -องค์มกุฎราชกุมารวงศ์สว่าง -เจ้าฟ้าชายศรีสว่าง -เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง -เจ้าฟ้าหญิงฉวีวรรณสว่าง มังคละมณีวงศ์-เจ้าฟ้าหญิงดาราสว่าง ศรีสุภานุวงศ์



พ.ศ. ๒๕๑๘ ราชอาณาจักรลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตย ไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ราชบัลลังก์ลาวถูกยกเลิก สมาชิกราชวงศ์ถูกถอดออกจากฐานันดร บรรดาประชาชน พ่อค้าชาวขาย นักการเมืองนับล้านคน อพยพหนีคอมมิวนิสต์ออกนอกประเทศ ทว่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์ยังคงประทับอยู่ในลาว รวมทั้งอดีตกษัตริย์ พระราชินี องค์มกุฎราชกุมาร พระราชโอรส เจ้าฟ้าชายพระอนุชาในพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัว





หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีความพยายามจากฝ่ายราชอาณาจักรทูลเชิญอดีตสมาชิกราชวงศ์ให้เสด็จลี้ภัย รวมทั้งการต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ด้วยกำลังทางทหารอยู่หลายครั้งแต่ผลลัพธ์กลับเป็นลบ ย่างเข้าปีที่ ๒ แห่ง ”การปลดปล่อย” สมาชิกราชวงศ์ถูกเชิญตัวไปยังค่ายสัมนา เพื่อเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล อดีตกษัตริย์ พระราชินี องค์มกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าชายศรีสว่าง พระราชวงศ์ ราชนิกุล ที่ประทับในลาวเกือบ ๓๐ องค์ถูกเชิญตัวไปพร้อมๆกัน ขณะที่เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง และพระชายา ซึ่งประทับอยู่ในนครเวียงจันทน์ ทรงไหวตัวหนีออกจากที่ประทับได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเสด็จข้ามมาฝั่งไทย และขอลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของกษัตริย์และราชินีลาวองค์สุดท้าย จึงเป็นพระราชโอรสองค์เดียว ที่สามารถเอาชีวิตรอดจากระบอบใหม่ได้ หลังการรวมตัวกันของอดีตนักการเมือง ข้าราชการ-ทหาร ประชาชนลาวโพ้นทะเล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ได้ทูลเชิญ เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์ องค์ประธานสมาชิกพระราชวงศ์ รับราชภาระ “ผู้สำเร็จราชการ ต่างพระเนตร พระกรรณพระเจ้ามหาชีวิตแห่งราชอาณาจักรลาว”



ระหว่างลี้ภัยในฝรั่งเศส เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง เปรียบดังองค์สมมุติกษัตริย์ของลาวพลัดถิ่น ทรงปฏิบัติราชกิจตลอดทั้งปี เพื่อบำรุงความเป็นลาวให้คงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางศาสนา และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหล่อเลี้ยงลมหายใจของประเพณีโบราณลาว เช่น การเสด็จไปเป็นองค์ประธานร่วมกับเจ้าฟ้าชายสุริวงศ์สว่าง องค์รัชทายาทลาว ในพระราชพิธีบาศรีหลวง ที่ประชาชนลาวโพ้นทะเลพร้อมใจกันจัดถวาย บุญปีใหม่ บุญเข้า-ออกพรรษา ตลอดจนการปรากฏพระองค์ในที่ชุมนุมทหารผ่านศึก

ทรงเป็นบุคคลสำคัญของชาวลาว ทั้งในฐานะที่เป็นหนึ่งในสามชิกราชวงศ์เพียงไปกี่องค์ที่มีช่วงชีวิตพาดผ่านประวัติศาสตร์โชกเลือดบนแผ่นดินลาว และในฐานะของศูนย์รวม “ความหวัง” ของลาวบ้านไกล เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ประสูติเมื่อวันที่๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๐ ที่โฮงหัวลาด พระราชอาณาจักรหลวงพระบาง แคว้นลาว ประเทศอินโดจีน สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระโรคชรา เมื่อวันที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส สิริพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ๑๑ เดือน ๑๒ วัน





ขอบคุณข้อมูลจาก เรื่องเล่าชาวสยาม

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.