#จากคนหายกลายเป็นศพ!! หนุ่มร้านเสริมสวยถูกฆ่าโหด หมกศพในเก๋ง พอจนท.เผยวิธีการฆ่า บอกเลยอำมหิตสุดๆ

Loading...



วันที่ 1 ม.ค. พ.ต.ต.จรูญ สังขารา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุพบรถเก๋งซึ่งมีทะเบียนเหมือนกับที่มีผู้ลงประกาศคนหายทางเฟซบุ๊ก จอดอยู่ที่บริเวณใกล้กับสนามฟุตบอล ภายในสนามกีฬาทุ่งแจ้ง ต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน), เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดตรัง, แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์ตรัง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งซูซูกิ สวิฟ สีขาว หมายเลขทะเบียน กร-499 ภูเก็ต จอดอยู่ ใกล้กับรั้วสนามฟุตบอล โดยประตูฝั่งคนขับไม่ได้ล็อก แต่ที่ฝั่งข้างคนขับและประตูหลังถูกล็อกไว้



เมื่อเปิดออกดูพบศพนายภาคิน ศรนาราย อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของร้านเสริมสวยภาคิน เวดดิ้ง ในเขตเทศบาลนครตรัง สภาพไม่สวมเสื้อ ถูกกางเกงคลุมศีรษะไว้ โดยมีเข็มขัดนิระภัยรัดอยู่ลำคอและมีร่องรอยฟกช้ำ ส่วนที่เบาะนั่งข้างคนขับพบกุญแจรถวางอยู่ และมีข้าวของภายในรถหายไปจำนวนหนึ่ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสาน นางอรุณวรรณ บุญฉิม ซึ่งเป็นญาติของผู้ตาย ได้มาดูศพเพื่อยืนยัน ก่อนให้ข้อมูลว่า นายภาคิน ออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อเย็นของวันที่ 28 ธ.ค.60 โดยบอกว่าจะไปรับเพื่อนที่สนามบินตรัง จากนั้นก็ได้หายตัวไป พร้อมกับเงินสด 50,000 บาท สร้อยและแหวนทองคำ หนัก 7 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง รวมทั้งบัตรเอทีเอ็ม และเอกสารต่างๆ ด้าน นายวิชาญ ทับทิม ผู้ที่ได้พบศพเป็นคนแรก



เล่าว่า ขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน บังเอิญเกิดปวดฉี่ขึ้นมา และเห็นว่าที่สนามกีฬาทุ่งแจ้งมีห้องน้ำจึงแวะเข้าไปใช้บริการ หลังจากตนขับรถออกมาผ่านจุดเกิดเหตุ เห็นรถยนต์จอดอยู่คันหนึ่ง ลักษณะคล้ายๆ กับที่มีการประกาศคนหายทางเฟซบุ๊ก เมื่อลงไปดูก็เห็นร่างของนายภาคิน นอนอยู่ภายในรถ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำสนามกีฬาทุ่งแจ้ง บอกว่า เห็นรถยนต์จอดอยู่ 2-3 วันแล้ว จึงเข้าไปดูแต่ไม่เห็นอะไรผิดสังเกต จึงไม่เอะใจอะไร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บร่อยรอยและลายนิ้วมือแฝงต่างๆ เพื่อสืบหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี พร้อมนำร่างของ นายภาคิน ส่งไปยัง ร.พ.มอ.หาดใหญ่ เพื่อทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายที่ชัดเจนอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นการสังหารไว้คาดว่าน่าจะมาจากการประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากผู้ตายพกทรัพย์สินติดตัวจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท จึงอาจถูกลวงมาชิงทรัพย์แล้วฆ่า หรือมาจากปมหึงหวงลักษณะรักร่วมเพศและไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งจะได้เร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.