#ร้องระงม!!! ญาติร่ำไห้ ดูศพ 4 เหยื่อเรือประมงดิ่งทะเลสัตหีบ ก่อนไต้ก๋งเรือเล่านาทีเกิดโศกนาฏกรรม เศร้าบาดหัวใจ!!! (ภาพ)

Loading...



จากกรณี 01.00 น.ของคืนวันที่ 6 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศรชล.เขต1 อ่านสอน-ชน เขต1) กองทัพเรือ ได้รับรายงานจากสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (สจป.) ว่าได้รับเเจ้งจากคุณกิติโชค ว่า เรือประมง ชื่อโชคชูชัย ถูกเรือบรรทุกสินค้า ไม่ทราบชื่อและสัญชาติชนจมลงในทะเล ห่างจากชายฝั่งสัตหีบ จ.ชลบุรี ไปประมาณ 38 ไมล์ทะเล ในเรือมีลูกเรือ 8 คน เรือสุวิทย์การประมง ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้เข้าช่วยลูกเรือได้จำนวน 4 คน เป็นไทย 1 คน และกัมพูชา 3 คน ได้อย่างปลอดภัย ส่วนลูกเรืออีก 4 คน ที่สูญหาย ต่อมาพบว่าเสียชีวิตทั้งหมด ได้แก่นาย รอด ทรัพย์ประเสริฐ อายุ 58ปี นาย ประนอม รุ่งเรือง อายุ 41 ปี นาย หว่าง ซอย อายุ 24 ปี และ นายโก อายุ 39 ปี

และในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน ที่ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พลเรือตรี สำเริง จันทร์โส เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.สัตหีบ ทีมแพทย์ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน และญาติๆของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต มารอ อยู่บริเวณท่าเทียบเรือ โดยมีเรือเอกภาณูพงศ์ จำเริญวงศ์ ผู้บังคับการเรือตรวจการณ์ 995 ที่นำเรือ ออกให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เกิดเหตุนำลูกเรือผู้บาดเจ็บและร่างผู้เสียชีวิต เข้าเทียบท่า ท่ามกลาง เสียงร่ำไห้ โศกเศร้า ของญาติพี่น้อง โดยลูกเรือที่ได้รับบาดเจ็บทีมแพทย์ได้นำตัวไปตรวจรักษายังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ส่วนผู้เสียชีวิต ทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างส่งไปชันสูตรยังโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ก่อนส่งมอบให้ญาติไปดำเนินพิธีทางศาสนา สำหรับเรืองคดี ขณะนี้ สำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล (สจป) และเจ้าท่าพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างการตรวจสอบเรือที่ชนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป





พลเรือตรี สำเริง จันทร์โส เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ กล่าวว่า หลังรับแจ้ง พลเรือโท บรรจบ โพธิ์แดง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศรชล.เขต1 อ่านสอน-ชน เขต1) กองทัพเรือ ได้สั่งการไปยังหมวดบินเฉพาะกิจทัพเรือภาคที่ 1 นำเครื่องบินลาดตระเวนดอร์เนียร์ ขึ้นบินตรวจสอบค้นหา พร้อมส่งเรือตรวจการณ์ 995 และ เฮลิคอปเตอร์ s-76b และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 1 (มนุษย์กบ) ทีมแพทย์ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เข้าให้การช่วยเหลือในทันที่ โดยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยตลอด 24 ชั่วโมงอย่างเต็มความสามารถ







เมื่อเวลา 15.30 น.ของวันที่ 6 ม.ค.61 นายณรงค์ หวังดี หัวหน้างานความปลอดภัยทางทะเล นายไพทยา ขำวารี เจ้าพนักงานท่าชำนาญการ สจป. และนายต่อศักดิ์ สง่างาม เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ จภ 6 ชลบุรี ขึ้นตรวจสอบเรือ HYDERABAD สัญชาติ ปากีสถาน IMO Number 9278789 กรณีเรือ อยู่ในข่ายเรือ สงสัยอาจเฉี่ยวชนกับเรือลำอื่น ผลการตรวจสอบเบื้องต้น บริเวณภายนอกตัวเรือ พบรอยถลอกบริเวณหัวเรือตรงกลาง มีสีขาวติดเล็กน้อย ไม่มีรอยบุบ ลักษณะลอยถลอกค่อนข้างใหม่ ตรวจสอบเส้นทาง และ ตำบลที่เรือ HYDERABAD ในห้วงเวลาประมาณ 23.17 น. ของวันที่ 5 ม.ค.60 พบว่ามีการพล็อตตำบลที่เรือทุก 1ชั่วโมง เรือ HYDERABAD ผ่านจุดตำบลที่เรือ ละติจูด 12 องศา 03 ลิปดา เหนือ 28 ฟิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 101 องศา 12 ลิปดา 10 ฟิลิปดา ตะวันออก แบริ่งและระยะจากเกาะเสม็ด จ.ระยอง 206 องศา ระยะทาง 29 ไมล์ทะเล ไม่มีการหยุดเรือ ซึ่งใกล้กับจุดเรือถูกชน

จากการสอบถามกัปตัน แจ้งว่า ในห้วงเวลาดังกล่าวไม่ปรากฏมีเหตุเรือชนกันกับเรือลำอื่น จากการตรวจสอบเอกสารบันทึกของเรือเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ อาทิ แผนที่เดินเรือ สจป. และ จภ. 6 ชลบุรี จะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อประกอบพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป อนึ่ง เรือลำดังกล่าวได้ทำพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วไม่ปรากฎสิ่งผิดปกติ

จากการสอบถามนายประยุทธ บุญครอง ไต๋เรือที่รอดชีวิตหสุดหวิดทราบว่า ในขณะเกิดเหตุเป็นเวลาที่ลูกเรือกำลังลากอวนจับปลากันอยู่จู่ๆ ก็มีเรือบรรทุกสินค้าพุ่งเข้าชนกลางเรือทาวด้านขวาอย่งรุนแรงเรือได้จนเรือแตกได้รับความเสียหายจมลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ลูกเรือกำลังทำงานอยู่ในเรือกระเด็นไปคนละทิศละทางจมน้ำติดอยู่กับเรือเสียชีวิต 3 คน กระเด็นตกทะเลเสียชีวิต 1 คน ที่เหลือ 4 คน ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดได้อย่างหวุดหวิด นับว่ายังโชคดีที่มีเรือประมงอยู่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน










Cr:clicknews-tv

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.