นามนี้ท่านได้แต่ใดมา...??? "หลวงปู่เทพโลกอุดร" แท้จริงชื่อนี้ได้รับการเรียกขานจากพระโอรสในสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว!!

Loading...


กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญคือผู้เรียกขานนามโลกอุดร


เรื่องราวตำนานของหลวงปู่โลกอุดรนั้นมีสอดแทรกอยู่แทบทุกเรื่องราวในอดีตจนถึง ปัจจุบัน หนึ่งในเรื่องราวที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือเรื่องราวของ “พระภิกษุลี้ลับ” ทรงซึ่งอภิญญาสมาบัติ ในรัชสมัยของ “สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ ๔” ในสมัยนั้นประเทศไทยเรามีกษัตริย์ด้วยกันสองพระองค์คือ “สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว”

เหตุที่มีกษัตริย์พร้อมกันถึงสองพระองค์ด้วยว่า ทางสมเด็จพระปิ่นเกล้านั้นเป็นผู้มากด้วยบารมีและมีความอัจฉริยะอย่างยิ่ง สมเด็จพระปิ่นเกล้าเป็นผู้รอบรู้ในวัฒนธรรมตะวันตก ทั้ง ภาษาพูดและภาษาเขียน เชี่ยวชาญในวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ทรงให้หมอมิชชันนารีทำการปลูกฝี ป้องกันโรคฝีดาษในสมัยนั้นจนประสบผลสำเร็จ ทรงเชี่ยวชาญเรื่องเครื่องกล ทรงต่อเรือรบสองลำแรกขึ้นในประเทศไทยคือ เรือรบอมรราวดี และ ศรีอโยฌิยา และที่สำคัญที่เป็นที่เลื่องลืออย่างยิ่งคือสมเด็จพระปิ่นเกล้าเป็นผู้มีความเชื่อถือทางไสยเวทย์วิทยาคม จนเป็นที่ครั่นคร้ามว่าสมเด็จวังหน้ามีวิชาเป็นที่ประจักษ์ เช่นการเสกใบมะขามเป็นตัวต่อตัวแตนเป็นต้น

มิใช่เพียงสมเด็จพระปิ่นเกล้าเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่เชี่ยวชาญทางพระกรรมฐานไสยเวทย์จนเป็นที่เลื่องลือ แม้พระราชโอรสของพระองค์นามว่า หม่อมเจ้ายอดประยูรยศ ก็มีอัจฉริยภาพทางด้านนี้เช่นกัน เล่ากันว่าภายในวังของหม่อมเจ้ายอดทรงปลูกว่านต่างๆไว้มาก ทรงเลี้ยงเองและทรงชิมว่านที่ปลูกจนลิ้นดำ เรียกกันว่า “พระองค์เจ้าลิ้นดำ” กันด้วย


หม่อมเจ้ายอดผู้เป็นพระราชโอรสของพระปิ่นเกล้านี่เอง ที่ทำให้เกิดนาม “โลกอุดร” ขึ้น โดยเล่าว่าจากการที่พระองค์ทรงแสวงหาครูบาอาจารย์ที่เป็นยอดแห่งแผ่นดินสยาม พระองค์ได้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างแน่วแน่เพื่อให้รู้ให้ทราบถึงของจริงในพระ พุทธศาสนา จากการแสวงหาด้วยจิตที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าทำให้พระองค์พบพระภิกษุลี้ลับรูปหนึ่ง โดยที่ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนาม หากเป็นที่สังเกตว่ายังดูหนุ่มแน่น แต่ทว่าผมกลับขาวโพลนไปทั้งศรีษะ ทั้งมีสง่าราศี ดูแล้วบังเกิดความศรัทธาเป็นที่เจริญใจอย่างยิ่ง


เล่ากันว่าพระภิกษุรูปนี้มีความสามารถใน “การทายทักดักใจ” แก่หม่อมเจ้ายอดได้อย่างน่าอัศจรรย์ และเป็นที่ทราบว่าหม่อมเจ้ายอดมีความศรัทธาเป็นอย่างยิ่งถึงกับออกจากวังเป็นเวลาหลายๆ วันเพื่อเดินทางไปฝึกกรรมฐานกับพระอาจารย์ลี้ลับรูปนี้ หม่อมเจ้ายอดจะสำเร็จธรรมขั้นสูงสุดอย่างใดเป็นปริศนาลี้ลับดำมืดไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ รู้ได้แต่ว่าในบันทึกของวังหน้านั้น ทุกคนล้วนรู้ดีในอำนาจจิตในความเชี่ยวชาญทางกรรมฐานของเสด็จวังหน้าในสมัยนั้นตราบมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเรื่องพระภิกษุลี้ลับนั้นเล่ากันว่า หม่อมเจ้ายอดทรงถามถึงนามของพระอาจารย์ที่สอนท่านแต่พระอาจารย์นั้นกลับไม่ได้บอก เพราะเหตุจำไม่ได้ทั้งชื่อทั้งอายุ หม่อมเจ้ายอดจึงขนานนามให้ว่า “พระโลกอุดร” คือ “เหนือโลก” เป็นผู้อยู่เหนือสมมุติทางโลกนั่นเอง พอเป็นที่สรุปเบื้องต้นได้ว่าที่มาของนาม “โลกอุดร” นั้นคงมาจากหม่อมเจ้ายอดเพื่อใช้ระลึกถึงพระอาจารย์ของท่าน และในเวลาต่อมาคำว่า “โลกอุดร” ก็เป็นคำที่นิยมเรียกพระอริยเจ้าที่ลี้ลับนี้ไม่ว่าองค์นั้นจะเป็นองค์จริงหรือศิษย์ของท่านก็ตาม

อีกปัญหาหนึ่งคือการพบหลวงปู่เทพโลกอุดรหรือหลวงปู่ใหญ่นั้น จะทำอย่างไรได้ เรื่องนี้กล่าวได้ว่าคนทั่วไปมักพยายามหาหลวงปู่จากภายนอกคือไปตามขุนเขาป่าดง ซึ่งยังนับว่าเป็นการหาที่ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงทาง การหาหลวงปู่เทพโลกอุดรคือการกลับเข้าไปในใจตนเอง เพราะป่ารกชัฏที่แท้ก็คือใจของคนเรา การหาโลกอุดรนั้นคือการเดินทางเข้าไปหาความเป็นโลกอุดรในใจนี่ก่อน เมื่อพบโลกอุดรภายในใจแล้วจึงสามารถพบโลกอุดรภายนอกนั้นได้

“โลกอุดร” มีอยู่ทั่วไปแต่คนไม่เข้าใจไม่มีวันได้พบ แม้ว่าผู้ใดเข้าใจในความหมายนี้แล้วย่อมกลับไปดูจิตใจตนเองจนค้นเจอ “โลกอุดร” เป็นแน่แท้

ที่มา:tnews.co.th

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.