สุดหลอน!!!! สาวใหญ่หาของป่ากลายเป็นศพถูกผีบังตา งานศพหลานเหมือนถูกผีเข้าพูดออกมาแบบนี้ ขนลุกทั้งงาน!!!

Loading...

กรณี นางพิมพ์พรรณ อายุ 58 ปี หายตัวไปอย่างลึกลับขณะออกไปหาของป่ากับเพื่อนๆ ในป่าไผ่ในค่ายทหาร (กองทัพเรือ) อ.สัตหีบ จ.ชลบุรีเมื่อบ่ายวันที่ 5 ก.ย.59 ญาติ เพื่อนบ้าน ทหาร ชาวบ้านช่วยกันระดมค้นหานาน 2 วันไม่พบตัว เชื่อเป็นเรื่องลี้ลับ กระทั่งต่อมาเมื่อสายวันที่ 7 ก.ย. 59 ขณะ น.ส.วันวิสา อายุ 32 ปี หลานของนางพิมพ์พรรณ กำลัง นั่งสอนการบ้านให้ลูกอยู่ที่บ้านพัก ต.บ้านยาง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี จู่ ๆ น.ส.วันวิสา ได้มีอาการตัวสั่นเกร็งร้องไห้ฟูมฟาย เหมือนคนถูกผีเข้า พร้อมร้องบอกคนในบ้านว่า ให้บอกญาติพี่น้องไปรับด้วย ขณะนี้ตนเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ชัดเจนได้ เพราะถูกสะกดวิญญาณไว้ บังตาไม่ให้ผู้ที่ออกตามหามองเห็น และ น.ส.วันวิสา ยังได้บอกให้ญาติไปนิมนต์พระ มาทำพิธีปัดเป่าขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่า เจ้าเขา ในที่นั้น

จนเวลาล่วงไปช่วงบ่าย ( 7 ก.ย.59) ชุดค้นหาจึงได้พบร่างของนางพิมพ์พรรณนอนเสียชีวิตในพงหนามกลางป่าไผ่ ห่างจากจุดที่พระทำพิธีเพียง 300 เมตร เบื้องต้นสภาพศพพบที่ข้อเท้าซ้ายมีรอยคล้ายถูกงูกัด 2 เขี้ยว เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้มูลนิธิฯนำส่ง รพ.สัตหีบ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 8 ก.ย.59 นายจำเนียร พูลทวีป อายุ 57 ปี ทำงานเป็น ช่างประกอบในอู่ต่อเรือ ใน อ.สัตหีบ สามีนางพิมพ์พรรณ ผู้ตาย พร้อมญาติๆได้ไปรับศพ นางพิมพ์พรรณ จาก รพ.สัตหีบซึ่งแพทย์ระบุสาเหตุการตายว่า"ถูกสัตว์มีพิษกัด" กลับมาตั้งบำเพ็ญการกุศลบนศาลาการเปรียญ วัดชัน ม.11 ต.บ้านยาง อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของนายจำเนียร โดยมี น.ส.วันวิสา หลานสาวและญาติพี่น้องกำลังสาละวนช่วยกันนำศพขึ้นเครื่องตั้งเพื่อทำพิธีสวด พระอภิธรรมในคืนวันที่ 8 ก.ย. เป็นคืนแรกและจะฌาปนกิจศพในวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. 59

ขณะที่ผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ น.ส.วันวิสา เพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่วิญญาณนางพิมพ์พรรณเข้าสิงร่าง บอกให้ไปรับ เเละแนะนำให้นิมนต์พระมาทำพิธีจนกระทั่งพบศพ เบื้องต้น น.ส.วันวิสา ตอบข้อซักถามด้วยดีว่า กำลังทำอะไรอยู่แต่แล้วก็บอกว่า ตนไม่รู้เรื่องแล้วร้องไห้ออกมาโดยไม่มีสาเหตุ กลุ่มญาติพี่น้องที่นั่งรวมกลุ่มหน้าหีบศพบนศาลาการเปรียญ จึงแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นเช่นนี้แหละ หากใครมาสอบถามหรือพูดถึงนางพิมพ์พรรณ หลานสาวจะร้องไห้ออกมาทันที ญาติๆ จึงขอร้องไม่ให้ผู้สื่อข่าวถามต่อ โดยบอกว่าคงเป็นวิญญาณของผู้ตายที่ยังแฝงอยู่ในร่างของ น.ส.วันวิสา ที่ยังคงวนเวียนอยู่โดยไม่ไปไหน และต่างยืนยันว่า น.ส.วันวิสา ไม่ได้เป็นร่างทรงแต่อย่างใดด้วย
Advertisement

พร้อมกันนี้ญาติๆ ยังเปิดเผยว่า เมื่อนางหลู่ อายุ 86 ปี มารดาของนางพิมพ์พรรณ ซึ่งเดินทางมาร่วมพิธีศพบุตรสาวกับญาติพี่น้องอีกกลุ่มใหญ่ โดยขณะนางหลู่เดินทางขึ้นมาบนศาลการเปรียญที่ตั้งศพ น.ส.วันวิสาได้ตรงเข้ากอดนางหลู่เเล้วร้องไห้ บอกกับเเม่ผู้ตายว่า "หลังกลับจากเกาหลีตั้งใจจะกลับบ้านไปหาแม่ แต่ก็ไม่ได้ไป" โดยสื่อสารภาษาอีสานต่อกัน ทั้งๆ ที่ น.ส.วันวิสา พูดอีสานไม่เป็นแต่อย่างใด สร้างความงุนงงแก่ญาติพี่น้องที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างช่วยกันปลอบ น.ส.วันวิสา ที่เข้าใจว่า มีวิญญาณของนางพิมพ์พรรณแฝงร่างอยู่ว่า อย่าเสียใจเลยขอให้ไปดีเถอะ ญาติพี่น้องมากันพร้อมหน้าแล้ว และจะทำพิธีศพให้ดีที่สุด น.ส.วันวิสา จึงหยุดร้องไห้ สามารถกลับไปช่วยทำอาหารในครัวเพื่อเตรียมต้อนรับแขกที่จะมาร่วมงานในคืนนี้

ทั้ง นี้ นางพิมพ์พรรณ ผู้ตาย เคยเดินทางไปทำงานเป็นคนสวนที่ประเทศเกาหลี แต่ถูกจับกุมส่งกลับประเทศเมื่อ 6 เดือนก่อน จึงติดตามนายจำเนียร สามีไปทำงานที่สัตหีบจนเกิดเรื่องขึ้นดังกล่าว

ที่มา:siamdrama

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.