หดหู่ใจ!!!!!ลูกหลานทิ้งปล่อยเผชิญชีวิตกันเพียงลำพัง 2 ตายาย ต้องรับจ้างเกี่ยวหญ้า-หาปลา อาศัยเพิงกลางป่าไร้น้ำ-ไฟฟ้า (ภาพ)

Loading...

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า ข้าวปั้น ณ.เสร็น โพสต์ข้อความเรื่องราวการช่วยเหลือ 2 ผู้เฒ่า ซึ่งข้อความระบุว่า “คุณตากับคุณยายไม่มีอะไรเลยค่ะ แม้แต่เงินก็ไม่มี โทรศัพท์มือถือ-ไฟฟ้า ก็ไม่มีใช้ เวลาคุณยายเจ็บป่วยคุณตาต้องไปยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรให้รถมารับ ตากับยายอยู่กันแค่ 2 คน มีที่นอนเก่าๆ ขาดๆ บ้านก็พอบังแดดได้ แต่เวลาฝนตกตากับยายต้องหาที่หลบฝน เพราะหลังคามันรั่วเยอะ เสื้อผ้าก็ไม่มีใส่ อาหารก็ไม่มีกิน ตาเป็นคนพิการทางด้านการเคลื่อนไหว ก่อนกลับเลยซื้อนม ซื้ออาหารไว้ให้แกพอกินไปก่อน บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ใครอยากช่วยไปช่วยได้น่ะค่ะ หรือบริจาคเป็นสิ่งของ เครื่องใช้ก็ได้ค่ะ”



ที่บ้านทำนบ ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึก เกือบ 1 กิโลเมตร ไปถึงพบเป็นกระท่อมไม้เก่าทรุดโทรมใกล้พุพังทลาย ได้ทุกเมื่อ พอบังแดดได้ แต่ไม่สามารถกัน ฝน-ลมได้ หลังคามีรูรั่วทั้งหลัง ฝาบ้านใช้สังกะสีเก่าๆ มาแปะไว้ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงลมและแรงฝนที่สาดเข้ามาได้ บริเวณรอบๆบ้านไม่มีแม้แต่โอ่งเก็บกักน้ำไว้กินไว้ใช้ ที่หลับที่นอนผุพังเสื่อมโทรมมาก เพราะยามฝนตก ข้างในบ้านก็จะเปียกทุกอย่าง อุปกรณ์ประกอบอาหารมีเพียงหม้อเก่าๆ ไว้ทำกิน ส่วนเครื่องปรุง ข้าวสาร อาหารแห้ง ก็มักจะโดนมือดีขโมยไปหมดจนไม่เหลืออะไร มีวิทยุพลังงานแสงอาทิตย์ 1 เครื่อง

ภายในเพิงพบคุณตา ชื่อนายเลือย ทองใสศร อายุ 66 ปี กำลังใช้วอร์คเกอร์อลูมิเนียม เดินไปหาวัสดุหุงหาอาหาร โดยก่อไฟจากเตาถ่านในแต่ละวัน นางอำนวย สูงเจริญ อายุ 62 ปี จะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวของเพื่อนบ้าน ได้วันละ 100 บาท หากวันไหนไม่มีงาน ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าวเพื่อจำหน่ายในกิโลกรัมละ 14 บาท 1 เดือนได้ประมาณ 1-2 กิโลกรัม และนายเลือยจะออกไปหว่านปลาในสระเพื่อมาจำหน่ายและทำกินในครัวเรือน เสร็จจากหว่านปลา จะนั่งสานแหเพื่อจำหน่าย ได้ผืนละ 600 บาท


ต่อมาทาง ทีมอาสาสมัคร สมาคม วี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ ข้าวของเครื่องใช้ และที่นอนใหม่ ที่รับมาจากผู้ใจบุญที่ร่วมบริจาคมาเปลี่ยนให้ใหม่แทนที่ตัวเก่า ซึ่งโทรมมากแล้วและนำผ้าใบมาคลุมหลังคาให้ พอกันฝนได้ จากนั้นทีมอาสาสมัครสมาคมวี.อาร์. กู้ชีพสุรินทร์ รวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือตายายได้จำนวนหนึ่ง เพื่อไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน
loading...
น.ส.จิราพร แสนเมือง พนักงานวิทยุสื่อสาร สมาคมวีอาร์กู้ชีพสุรินทร์ กล่าวว่า คุณตาได้ยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้านโทรไปขอความช่วยเหลือจาก โรงพยาบาลสุรินทร์ ว่าคุณยายป่วยหนักทางโรงพยาบาลก็เลยสั่งการให้ตนไปรับ พอมาถึงจุดหมายกลับหาบ้านผู้แจ้งไม่เจอ ตนวนหาตั้งหลายรอบจนถอดใจแจ้งไปทางโรงพยาบาล ว่า ไม่พบบ้านผู้แจ้ง พอดีขากลับตนเห็นผู้ชายสูงวัยยืนอยู่ข้างถนน จึงได้หยุดรถสอบถามหาบ้านที่ผู้แจ้งระบุไว้ หลังจากได้สอบถามถึงรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ที่เป็นผู้แจ้งเอง ตนก็เลยได้คุณตาปั่นจักรยานนำทางมาบ้าน ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า และพบคุณยาย ซึ่งกำลังนอนป่วยหนัก ตนจึงนำส่งโรงพยาบาล แต่คุณตาขอว่าไม่ต้องไปโรงพยาบาลได้ไหม เพราะความจน ถึงขนาดไม่มีเงินติดตัวสักบาท แต่ตนก็พยายามหาทางช่วยเต็มที่ โดยการขอความร่วมมือจากทีมอาสากู้ภัย คนละเล็กละน้อย ช่วยค่าอาหารคุณตา หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ตนและเพื่อนๆที่ได้ไปเห็นสภาพบ้านของ 2 ผู้เฒ่าแล้ว จึงปรึกษากันเพื่อหาทางช่วยเหลือ และวันนี้ก็ได้รับบริจาคของหลายอย่างจากสื่อสังคม ออนไลน์มาให้ 2 ตายาย ได้ประทังชีวิต


นางอำนวย เล่าว่า วันไหนที่ฝนตก ตนก็จะเข้าไปหลบอยู่ใต้เตียงนอน ซึ่งบริเวณในบ้านจะเปียกหมด แม้กระทั่งที่นอนเองก็เปียก เพราะหลังคามีรูรั่วไม่มีชิ้นดีเลย ตนรู้สึกกลัวมากเมื่อฝนตกหนักและมีลมแรงๆ ในวันนี้มีน้องๆ จากอาสากู้ภัยสุรินทร์มาช่วยเหลือตน ตนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในชีวิตไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากใครมาก่อน ตนมีลูกอยู่ 3 คน ตั้งแต่เรียนจบ ลูกๆก็เข้าไปทำงานที่กรุงเทพทั้งหมด ไม่เคยติดต่อมาหาตนเลย ตนอยู่ที่นี่มาหลายสิบปีแล้ว บ้านเลขที่ก็ไม่มี ไฟฟ้า น้ำประปา ก็ไม่มีใช้ ตนต้องเดินทางระยะไกลเพื่อไปขนน้ำมากินใช้ ซึ่งไปแต่ละครั้งก็เอามาได้แค่ไม่กี่ขวด เพราะสุขภาพของตนก็ชรามากแล้ว ส่วนตาก็โดนรถจักรยานยนต์ชนขาหักเมื่อหลายปีก่อน สภาพออดๆ แอดๆ เดินเหินไม่สะดวก และเจ็บปวดบ้างเป็นบางครั้ง เวลาเจ็บปวดก็ใช้ยานวดมาทางบริเวณเจ็บเพื่อบรรเทาอาการ แต่ละวันตนจะออกไปรับจ้างเกี่ยวหญ้าให้วัวซึ่งได้เพียงวันละ 100 บาท แต่ก็ไม่ได้มีงานเป็นประจำ ว่างจากงานเกี่ยวหญ้า ก็จะมานั่งเหลาทางมะพร้าว ซึ่งหนึ่งเดือนจะได้แค่ 1-2 กิโลเท่านั้น จะมีคนมารับซื้อถึงบ้าน กิโลกรัมละ 14 บาท

นายเลือย กล่าวว่า ทุกวันตนจะออกไปหว่านแห หาปลา เพื่อมาประกอบอาหาร และที่เหลือก็จำหน่าย หากได้เยอะก็เหลือไว้ขาย ได้เงินประมาณ 60-80 บาท ซึ่งตนมีเพื่อนอยู่หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อนตนให้ไปหว่านแหที่สระและให้แบ่งกันกิน เงินที่ใช้ทุกวันก็มาจากการออกไปหาปลามาขาย สานแหขาย ได้ 600 บาท แต่จะใช้เวลานานกว่าจะขายแหมา 1 ผืน และเบี้ยยังชีพของตนจะได้ 1,400 บาท ส่วนของยายได้ 600 บาท

ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

Loading...
Powered by Blogger.